วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

ไข้หวัดแม็กซิโก 3

สถานการณ์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

มีรายงานการระบาดของไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในประเทศเม็กซิโก ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2552 และทวีความรุนแรงมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีคนป่วยรวม 854 คนเสียชีวิต 59 คน ได้มีการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยรวม 50 ราย ตรวจพบว่า 17 ราย เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H1N1 ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคน ที่มีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในหมูผสมอยู่ด้วย ต่อมามีการพบผู้ป่วยยืนยันในประเทศสหรัฐอเมริกาอีก 7 ราย ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จากเชื้อเดียวกัน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ เท็กซัส ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศเม็กซิโก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

เนื่องจากเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่และข้อมูลเบื้องต้นจากการสอบสวนโรค บ่งชี้ว่า การระบาดในขณะนี้ เป็นการติดต่อจากคนสู่คน และมีผู้เสียชีวิต ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการระบาดใหญ่ขยายตัวไปประเทศอื่น องค์การอนามัยโลกกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำลังพิจารณาให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่ต้นปี 2552 จนถึงขณะนี้ พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 3,159 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่แตกต่างกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2551 และในประเทศไทยยังไม่เคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ดังกล่าว


แหล่งที่มา http://beid.ddc.moph.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=419844&Itemid=199

สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการ

ได้มีการประชุมเตรียมการระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อเร่งรัดการเฝ้าระวัง การตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย การเดินทางระหว่างประเทศ การเตรียมเครื่องมือและเวชภัณฑ์ ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา อย่างใกล้ชิด

คำแนะนำสำหรับประชาชน

เนื่องจากเชื้อนี้แพร่ติดต่อเช่นเดียวกันกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป โดยเชื้อที่อยู่ในเสมหะน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่น โดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อหมู ผู้ที่มีอาการป่วย คล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ควรสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน หรือสถานที่แออัด ประชาชนทั่วไปควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผัก ผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ล้างมือบ่อยๆ ผู้ที่มีแผนการเดินทางไปยังรัฐแคลิฟอร์เนียและเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเม็กซิโก ควรติดตามสถานการณ์และคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น